เชียงราย – พบรถแบคโฮและเครื่องจักรหนักขุดทรายกลางแม่น้ำโขงฝั่งลาว ตรงข้ามอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีโป๊ะร่อนทองทำงานในลำน้ำ ขณะที่ระดับน้ำลดจนเกิดสันดอนขนาดใหญ่ ด้าน “ครูตี๋” ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ ห่วงการขุดร่อนทองอาจทำให้สารหนูที่สะสมในตะกอนฟุ้งกระจาย กระทบประชาชนสองฝั่งโขง เรียกร้องหน่วยงานไทย–ลาว และคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงเร่งตรวจสอบ
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจแม่น้ำโขงจากจุดชมวิวห้วยทรายมาน ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย หลังระดับน้ำลดต่ำจนปรากฏสันดอนทรายขนาดใหญ่กลางลำน้ำ และพบเครื่องจักรหนักกำลังขุดตักทรายอย่างต่อเนื่อง
บริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้ปากแม่น้ำงาว ฝั่งบ้านปากงาว เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงข้ามบ้านเมืองกาญจน์ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ โดยพบรถแบคโฮ 2 คัน รถไถ 1 คัน และโป๊ะร่อนทองคำตั้งอยู่กลางแม่น้ำโขง
แนวขุดตักทรายทอดยาวขวางทิศทางน้ำเกือบครึ่งหนึ่งของความกว้างแม่น้ำ โดยรถแบคโฮขุดจากขอบสันดอนใกล้ร่องน้ำลึกเข้าไปเรื่อย ๆ จนเกิดรอยเว้าแหว่งบนสันทรายอย่างเห็นได้ชัด
จุดดังกล่าวอยู่ห่างจากตัวอำเภอเชียงของไปทางอำเภอเชียงแสนประมาณ 12 กิโลเมตร และอยู่เหนือพื้นที่ที่ประชาชนทั้งฝั่งไทยและลาวใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค จึงเกิดข้อกังวลถึงผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและสภาพร่องน้ำโขง
“ครูตี๋” ห่วงเหมืองร่อนทองกลางน้ำ ทำสารหนูในตะกอนฟุ้งกระจาย
นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ “ครูตี๋” ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ เปิดเผยว่า กิจกรรมที่พบเป็นลักษณะเหมืองทองคำขนาดเล็กกลางแม่น้ำโขง ซึ่งมีการขุดทรายขึ้นมาร่อนทองอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่ามีการทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน
ครูตี๋กล่าวว่า กิจกรรมลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจุดเดียว แต่ยังพบอีกหลายแห่งตามลำน้ำโขงลงไปจนถึงบริเวณโครงการเขื่อนปากแบง โดยประเมินว่ามีมากกว่า 10 แห่ง
ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของแสดงความกังวลว่า การใช้เครื่องจักรขุดดิน ทราย และชั้นตะกอนกลางแม่น้ำ อาจทำให้สารหนูหรือสารปนเปื้อนที่สะสมอยู่ในตะกอนฟุ้งกระจายกลับเข้าสู่กระแสน้ำโดยตรง
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ของการใช้หรือปล่อยสารเคมีจากกระบวนการร่อนทอง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพน้ำและสุขภาพของประชาชนที่ใช้น้ำโขงร่วมกันทั้งสองประเทศ
อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลดังกล่าวยังจำเป็นต้องมีการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำและตะกอนจากจุดขุดร่อนทอง เพื่อยืนยันชนิดและระดับสารปนเปื้อน รวมถึงตรวจสอบว่ากิจกรรมดังกล่าวมีการใช้สารเคมีหรือปล่อยสารมลพิษลงแม่น้ำจริงหรือไม่

สำรวจอีกจุดที่ปากน้ำยอน พบเครื่องจักรปรับพื้นที่ริมโขง
ผู้สื่อข่าวยังสำรวจพื้นที่ต้นน้ำขึ้นไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตรจากอำเภอเชียงของ บริเวณปากน้ำยอน บ้านน้ำยอน เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ซึ่งอยู่เยื้องกับทางเข้าบ้านสองพี่น้อง ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ
พบรถแบคโฮและรถไถกำลังทำงานบริเวณริมแม่น้ำโขงเช่นกัน โดยมีการปรับพื้นที่และทำทางขึ้นลงจากฝั่งแม่น้ำบริเวณเหนือปากน้ำยอนเล็กน้อย แต่ไม่พบโป๊ะร่อนทองในจุดดังกล่าว
ชาวบ้านในพื้นที่กังวลว่า การขุดทรายและนำมากองขวางแนวการไหลของน้ำ อาจทำให้ทิศทางกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการกัดเซาะตลิ่ง
นอกจากนี้ ยังมีข้อร้องเรียนเรื่องน้ำขุ่นจากการขุดตักทรายและเสียงเครื่องจักรรบกวน เนื่องจากมีการทำงานในเวลากลางคืนด้วย
ชาวบ้านยังไม่ทราบแน่ชัดว่ากิจกรรมเหล่านี้มีการใช้สารเคมีชนิดใดหรือไม่ จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและลดความกังวลของชุมชนที่อาศัยอยู่ด้านท้ายน้ำ
พบกิจกรรมขุดร่อนทองหลายจุดตามแม่น้ำโขงฝั่งลาว
จากข้อมูลการสำรวจของผู้สื่อข่าว พบว่ากิจกรรมขุดทรายและร่อนทองตามปากแม่น้ำสาขาที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขงฝั่งลาวเกิดขึ้นหลายแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่เลยแก่งผาไดและบ้านห้วยลึกลงไป
จุดที่มีการกล่าวถึง ได้แก่ ปากน้ำห้วยตอง ซึ่งมีรายงานว่าการดำเนินงานเสร็จสิ้นแล้ว รวมถึงบริเวณแก่งหาดสะหรือดอนหาดสะ ซึ่งพบกิจกรรมเหมืองกลางแม่น้ำขนาดใหญ่ ตลอดจนปากคอบ ปากห้วยแคน และปากแม่น้ำสาขาอื่น ๆ
ข้อมูลจากพื้นที่ระบุว่า กิจกรรมขุดร่อนทองหลายแห่งเริ่มเร่งดำเนินการตั้งแต่ปี 2562 ภายหลังมีข่าวเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการเขื่อนปากแบง โดยมีข้อสังเกตว่าผู้ประกอบการอาจต้องการขุดแร่ก่อนที่พื้นที่บางส่วนจะถูกน้ำท่วมจากระดับน้ำเหนือเขื่อนในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าการอนุญาตกิจกรรมขุดร่อนทองบริเวณปากแม่น้ำหลายแห่งอยู่ในระดับหน่วยงานเมืองหรือแขวงของ สปป.ลาว

จี้หน่วยงานไทย–ลาวและ MRC ตรวจสอบผลกระทบข้ามพรมแดน
นายนิวัฒน์เรียกร้องให้หน่วยงานที่มีหน้าที่บริหารจัดการแม่น้ำโขงเร่งตรวจสอบกิจกรรมเหมืองและการขุดร่อนทองกลางลำน้ำ เนื่องจากแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติที่ประชาชนหลายประเทศใช้ทรัพยากรร่วมกัน
โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission: MRC) กระทรวงการต่างประเทศของไทย และกลไกความร่วมมือด้านเขตแดนระหว่างไทยกับลาว ควรพิจารณาประเด็นผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ สุขภาพประชาชน และการเปลี่ยนแปลงสภาพแม่น้ำอย่างจริงจัง
สำหรับหน่วยงานไทยที่อาจมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการติดตาม ตรวจสอบ และประสานงานในประเด็นนี้ ประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมสนธิสัญญาและกฎหมายและกรมเอเชียตะวันออก รวมถึงกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–ลาว (JBC)
ขณะที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตเชียงราย กองกำลังผาเมือง และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงราย อาจมีบทบาทในการติดตามกิจกรรมบริเวณชายแดนและประเด็นที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตอำนาจหน้าที่
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ผู้สื่อข่าวรวบรวมในขณะนี้ ยังไม่พบข้อมูลการชี้แจงต่อสาธารณะจากหน่วยงานไทยเกี่ยวกับกิจกรรมขุดร่อนทองบริเวณดังกล่าวอย่างชัดเจน แม้จะมีรายงานการขุดทรายในพื้นที่ชายแดนไทย–ลาวมาตั้งแต่ปีก่อน และปีนี้พบการขยายแนวขุดออกไปถึงกลางแม่น้ำ
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามทั้งด้านการเปลี่ยนแปลงร่องน้ำ การกัดเซาะตลิ่ง คุณภาพน้ำ ความเสี่ยงจากสารปนเปื้อน
คำถามสำคัญคือ กิจกรรมขุดร่อนทองกลางแม่น้ำโขงได้รับอนุญาตอย่างไร มีมาตรการควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพียงใด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันตรวจสอบความปลอดภัยของแม่น้ำที่ประชาชนสองประเทศใช้ร่วมกันอย่างไร


#แม่น้ำโขง #เชียงของ #เชียงราย #ห้วยทราย #เหมืองทองคำ #ร่อนทองกลางแม่น้ำโขง #สารหนู #มลพิษข้ามพรมแดน #กลุ่มรักษ์เชียงของ #ครูตี๋นิวัฒน์ #MRC #สทนช #สิ่งแวดล้อม #ข่าวสิ่งแวดล้อม #ข่าวเชียงราย #เป็นข่าว #คุณก็เป็นข่าวได้