เชียงราย – ชาวบ้านจาก 3 ตำบลในอำเภอพานกว่า 200 คน รวมตัวที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ขอให้ตรวจสอบและทบทวนโครงการโรงไฟฟ้าขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่ง พร้อมติดตามความคืบหน้าข้อร้องเรียน โดยตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ ความถูกต้องของ MOU และข้อมูลจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2569 กลุ่มชาวบ้านจากตำบลทานตะวัน ตำบลแม่เย็น และตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย กว่า 200 คน นำโดย พ.ท.สมเจตต์ ช่างซอ , นายแพทย์ตรีวัฒน์ วงศ์ขุนสุวรรณ นายณัฐพงษ์ ทาแกง นายอำนาจ ขอบรูป นายประพันธ์ หล้าเถิง และนางภัทรวัลลิ์ อภัยสุรสิทธิ์ เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อยื่นหนังสือและข้อเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยมีตัวแทนและแกนนำชุมชนเข้าร่วมหลายราย
ก่อนยื่นหนังสือ ร่วมติดตามคดีตัวแทนชุมชน
ก่อนเดินทางมายังศาลากลาง กลุ่มชาวบ้านได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดเชียงราย เพื่อให้กำลังใจ พ.ท.สมเจตต์ ช่างซอ และทันตแพทย์ตรีวัฒน์ วงศ์ขุนสุวรรณ ตัวแทนกลุ่มผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งเดินทางไปรับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากนายก อบต.ป่าหุ่ง ยื่นฟ้องตัวแทนชุมชนทั้ง 2 ราย โดยศาลจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น มีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ก่อนฝ่ายโจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 5
ต่อมาในวันที่ 2 กันยายน 2569 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษา ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น ทำให้กลุ่มชาวบ้านที่ติดตามคดีแสดงความดีใจ ทั้งนี้ คำพิพากษาดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อกล่าวหาหมิ่นประมาท ไม่ใช่คำวินิจฉัยรับรองหรือปฏิเสธโครงการโรงไฟฟ้าขยะโดยตรง

ชาวบ้านกังวลผลกระทบพื้นที่เกษตรและแหล่งน้ำ
สำหรับการคัดค้านโครงการ กลุ่มชาวบ้านระบุว่า อบต.ป่าหุ่งเคยพิจารณาพื้นที่อื่น ก่อนมีการทบทวนการศึกษาและสำรวจพื้นที่ใหม่ โดยระบุพื้นที่ในตำบลทานตะวันและตำบลแม่เย็นเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมสำหรับการดำเนินโครงการ ได้แก่ หมู่ 4 บ้านท่าหล่ม ต.ทานตะวัน หมู่ 6 บ้านสันไม้ฮาม และหมู่ 9 บ้านสันติสุข ต.แม่เย็น
ชาวบ้านแสดงความกังวลเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เกษตรกรรม อยู่ใกล้ชุมชน และมีลำน้ำหรือลำห้วยไหลผ่าน ก่อนเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่าง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ชุมชนใช้ประโยชน์ จึงเกรงว่าโครงการอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ การเกษตร และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่
ด้านทันตแพทย์ตรีวัฒน์ระบุว่า ความกังวลหลักอยู่ที่มลภาวะทางน้ำและอากาศ รวมถึงเห็นว่าการศึกษาผลกระทบของโครงการควรครอบคลุมและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง พร้อมย้ำว่าตนไม่ได้คัดค้านโรงไฟฟ้าขยะทุกกรณี แต่ต้องการให้โครงการมีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านและได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่
ตั้งคำถามไความล่าช้าการตอบหนังสือ
ในการยื่นข้อเรียกร้อง ทันตแพทย์ตรีวัฒน์ยังตั้งคำถามถึงกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนของหน่วยงานรัฐ โดยระบุว่ามีหนังสือร้องเรียนบางเรื่องที่ส่งไปยังหน่วยงานระดับอำเภอและศูนย์ดำรงธรรม แต่ยังไม่ได้รับคำตอบเป็นเวลาหลายเดือน
หนึ่งในประเด็นที่เรียกร้องให้ชี้แจง คือกรณีการส่งต่อหนังสือไปยังสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยตัวแทนชาวบ้านตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงต้องให้ประชาชนเดินทางไปยื่นหนังสือด้วยตนเอง ทั้งที่มีข้อมูลว่าหน่วยงานในพื้นที่สามารถรับเรื่องและส่งต่อได้
นอกจากนี้ ยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับหนังสือที่ส่งถึงศูนย์ดำรงธรรมระดับอำเภอหลายแห่ง ซึ่งตัวแทนชาวบ้านระบุว่ารอคำตอบมานานกว่า 5 เดือน จึงขอให้จังหวัดตรวจสอบและเร่งชี้แจงความคืบหน้า

ขอความชัดเจน MOU และตัวเลข 44 กับ 51 แห่ง
อีกประเด็นสำคัญคือ MOU ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ โดยกลุ่มชาวบ้านขอให้ตรวจสอบว่า MOU ที่ อบต.ป่าหุ่งดำเนินการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ มีขั้นตอนถูกต้องและมีมติสภาท้องถิ่นรองรับครบถ้วนหรือไม่
พร้อมกันนี้ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำ MOU ซึ่งข้อมูลที่กลุ่มชาวบ้านนำมาเปรียบเทียบพบตัวเลขแตกต่างกัน คือ 44 แห่ง และ 51 แห่ง จึงเรียกร้องให้จังหวัดตรวจสอบว่า ตัวเลขใดเป็นข้อมูลปัจจุบันและมีเอกสารราชการใดรองรับ
ตัวแทนชาวบ้านยังนำเสนอข้อมูลที่อ้างว่า อาจมีบางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ MOU โดยไม่มีมติสภาท้องถิ่นรองรับ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อกล่าวอ้างและข้อสงสัยจากฝ่ายผู้ชุมนุม ซึ่งยังต้องรอการตรวจสอบหรือคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

จังหวัดรับเรื่อง ย้ำหนังสือจะส่งต่อส่วนกลาง
หลังจากกลุ่มชาวบ้านยื่นหนังสือ มี นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย และนายลิขิต มีเสรี ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้รับหนังสือและข้อเรียกร้อง
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าวโดยสรุปว่า จังหวัดรับหนังสือและข้อเรียกร้องไว้ดำเนินการ โดยหนังสือที่เกี่ยวข้องจะส่งต่อไปยังกระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เนื่องจากเรื่องการอนุมัติโครงการเป็นอำนาจของส่วนกลาง ขณะที่จังหวัดจะรับข้อเสนอไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ ต่อไป
ส่วนผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงรายได้ชี้แจงเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงานเบื้องต้น และแนะนำให้ผู้ร้องสอบถามข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งหน่วยงานพร้อมให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริง
ภายหลังการยื่นหนังสือ กลุ่มชาวบ้านได้แยกย้ายกลับโดยสงบ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น



