เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ สภ.พาน จ.เชียงราย พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.เชียงราย พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิทธิ์ชัย ไกรแสง รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ ผกก.สภ.พาน และนายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอพาน ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติด 2 คดี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 300,000 เม็ด และยาไอซ์ประมาณ 350 กิโลกรัม
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจยาเสพติดปูแกง สภ.พาน ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาบ้าจากพื้นที่ชายแดนและตอนบนของ จ.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้รถยนต์อเนกประสงค์ยี่ห้ออีซูซุ MU-X สีดำ เป็นพาหนะ จึงตั้งจุดตรวจสกัดบริเวณด่านตรวจปูแกง หมู่ 4 ต.แม่เย็น อ.พาน
กระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. พบรถยนต์ต้องสงสัยขับเข้าด่าน จึงเรียกตรวจค้น พบยาบ้าประมาณ 300,000 เม็ด แบ่งเป็นห่อซุกซ่อนตามจุดต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารและโครงสร้างตัวถังรถ จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี ชาว ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย พร้อมตรวจยึดรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ และของกลางอื่นที่เกี่ยวข้อง
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างผ่านแอปพลิเคชัน LINE จากชายที่รู้จักในชื่อ “นายจะสอ” ให้นำยาบ้าไปส่งที่ จ.นครสวรรค์ โดยคิดค่าจ้างกระสอบละ 80,000 บาท รวม 240,000 บาท ได้รับเงินล่วงหน้าแล้ว 50,000 บาท ก่อนนำยาบ้ามาแยกบรรจุและซุกซ่อนในรถเพื่อเดินทางไปส่ง แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้เสียก่อน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังขยายผลตรวจค้นบ้านผู้ต้องหาใน จ.เชียงราย และตรวจยึดรถกระบะมิตซูบิชิสีขาวเพิ่มเติม
ส่วนคดีที่สอง เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการด่านตรวจปูแกง นำโดย พ.ต.ท.สุรพัศ ธรรมปัญญา สวป.สภ.พาน พร้อมกำลังสายตรวจและชุดสืบสวน สกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งบรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันรถ หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากชายแดนเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน
จากการตรวจสอบพบความผิดปกติบริเวณพื้นกระบะบรรทุก มีการดัดแปลงทำช่องลับและใช้แผ่นเหล็กปิดทับ เจ้าหน้าที่จึงนำแพ็กน้ำดื่มลงและเปิดตรวจค้น พบยาไอซ์ชนิดเกล็ดใส บรรจุในถุงพลาสติกสีเขียว จำนวน 350 ถุง น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 350 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ใต้กระบะบรรทุก จึงจับกุมนายวรวุฒิ กอบเกื้อ อายุ 32 ปี และ น.ส.ปภัสรา อินทะวงค์ อายุ 33 ปี ชาว อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวรวุฒิให้การว่า เคยรับจ้างขนยาเสพติดในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 3 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำรถที่ซุกซ่อนยาไอซ์ไปส่งยัง จ.สมุทรปราการ แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้ก่อนถึงปลายทาง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหาทั้งสองรายไปตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะที่โรงพยาบาลพาน ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่ายและการกระทำเพื่อการค้า จากนั้นควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายต่อไป



ความคิดเห็น