เป็นข่าว
คุณ..ก็เป็นข่าวได้
อาชญากรรม

หมอคู่กรณีรับผิด “ประมาทเร่งเครื่องฝ่าไฟแดง” แยกนางแล ยืนยันไม่เมา พร้อมเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย ด้าน มฟล.ย้ำผิดถูกให้เป็นไปตามกฎหมาย

โดย ผู้ดูแลระบบ 31 ส.ค. 2026 17:28 228 ครั้ง
หมอคู่กรณีรับผิด “ประมาทเร่งเครื่องฝ่าไฟแดง” แยกนางแล ยืนยันไม่เมา พร้อมเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย ด้าน มฟล.ย้ำผิดถูกให้เป็นไปตามกฎหมาย

#เชียงราย - จากกรณีอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์บริเวณสี่แยกนางแล อำเภอเมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่เดินทางมาด้วยกัน 3 คน เสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย

ล่าสุดเวลา 14.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2569 นพ.กมล ผู้ขับขี่รถยนต์คันเกิดเหตุ พร้อมด้วยนายสุวิจักขณ์ จันดาพันธ์ รองคณบดีสำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ดร.ณัฐดนัย นาจันทร์ จากสำนักวิชานิติศาสตร์ และ รศ.นพ.ปรีชา สุนทรานันท์ ผู้แทนสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ภานุวัฒน์ อาจสูงเนิน พนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและรับทราบข้อกล่าวหาตามกระบวนการ ก่อนเปิดเผยข้อมูลต่อสื่อมวลชน

หมอรับขับรถด้วยความประมาท ยอมรับเร่งเครื่องผ่านสัญญาณไฟ

นพ.กมลเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถจากที่ทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อเดินทางกลับหอพักภายในมหาวิทยาลัย เมื่อมาถึงบริเวณสี่แยกซึ่งเป็นช่วงสัญญาณไฟสีส้ม ด้วยความประมาทและต้องการเดินทางกลับให้เร็ว จึงตัดสินใจเร่งเครื่องผ่านสัญญาณไฟจราจร

เจ้าตัวยอมรับว่าไม่ได้เหยียบเบรก และไม่เห็นรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาที่จอดรอสัญญาณไฟแดงอยู่ด้านหน้า กระทั่งเมื่อเข้าใกล้ในระยะกระชั้นชิดจึงเห็นรถและพยายามหักหลบ แต่ไม่สามารถหยุดรถได้ทันจนเกิดการชน

นพ.กมลยืนยันว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรืออยู่ในอาการมึนเมา เนื่องจากขับรถออกจากที่ทำงานโดยตรง และผลตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเป็นศูนย์

หลังชนลงช่วยผู้บาดเจ็บทันที ย้ำไม่คิดหลบหนี พร้อมรับผิดชอบเยียวยา

หลังเกิดเหตุ นพ.กมลระบุว่า เมื่อสำรวจตัวเองแล้วพบว่าไม่ได้รับบาดเจ็บ จึงรีบลงจากรถเข้าไปตรวจสอบผู้ประสบเหตุทันที โดยพบผู้บาดเจ็บอยู่ในบริเวณใกล้เคียง 2 คน รายหนึ่งยังมีอาการเคลื่อนไหว ส่วนอีกรายนอนนิ่งและไม่มีชีพจร จึงเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่มีอาการหนักที่สุดก่อน ด้วยการประคองและจัดท่าร่างกายเพื่อเตรียมทำ CPR รวมถึงช่วยยกคางและเปิดปากเพื่อเปิดทางเดินหายใจ

ส่วนกรณีข้อความที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการขอความเห็นใจเรื่องอนาคตการทำงาน นพ.กมลระบุว่า จำไม่ได้ว่าได้พูดประโยคดังกล่าวหรือไม่ หรืออาจเกิดจากการสื่อสารในช่วงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาตามที่ถูกนำเสนอ

ที่ผ่านมาได้เดินทางไปร่วมงานศพ ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเบื้องต้น และพยายามพูดคุยขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง โดยยอมรับว่าในช่วงแรกญาติบางส่วนอาจยังไม่พร้อมพูดคุย จึงจำเป็นต้องเว้นระยะไว้ แต่ยืนยันว่าจะไม่หลบหนี และพร้อมรับผิดชอบเยียวยาและชดใช้ค่าเสียหายตามกระบวนการจนกว่าครอบครัวผู้เสียหายจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

นิติศาสตร์ มฟล.ตั้งคณะทำงานติดตามคดี ย้ำไม่ปกป้องบุคลากรหากผิดจริง

ดร.ณัฐดนัย นาจันทร์ จากสำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า คณะและผู้บริหารได้ลงพื้นที่และติดตามเหตุการณ์ตั้งแต่วันแรก โดยภารกิจระยะแรกคือประสานงานเกี่ยวกับการนำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายกลับภูมิลำเนา

ในด้านกฎหมาย สำนักวิชานิติศาสตร์ได้รับมอบหมายจากคณบดีให้เข้ามาดูแลและบริหารจัดการเรื่องดังกล่าว พร้อมจัดตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามคดีอาญาอย่างใกล้ชิด ให้การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบของกฎหมาย รวมถึงประสานดูแลเรื่องสวัสดิการ ประกันชีวิต และสิทธิประโยชน์หรือเงินชดเชยที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ ยังมอบหมายทีมทนายความซึ่งเป็นศิษย์เก่าของสำนักวิชา เข้ามาช่วยประสานและเจรจาเรื่องค่าเสียหายตามกฎหมายให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมกล่าวขอบคุณครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ครอบครัวที่ให้ความไว้วางใจ

ดร.ณัฐดนัยย้ำว่า มหาวิทยาลัยจะไม่ให้การช่วยเหลือหรือปกป้องผู้กระทำผิดเพียงเพราะเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยเดียวกัน โดยข้อเท็จจริงและความรับผิดจะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมาย

แพทยศาสตร์ มฟล.ยืนยันยึดกฎหมาย บุคลากรผิดต้องรับผิดชอบ

รศ.นพ.ปรีชา สุนทรานันท์ ผู้แทนสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในฐานะผู้บังคับบัญชา แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่ามหาวิทยาลัยมีนโยบายชัดเจนในการดำเนินการทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย

หากบุคลากรของมหาวิทยาลัยกระทำผิด ก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำและดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยมหาวิทยาลัยจะไม่เข้าไปช่วยเหลือในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง หรือดำเนินการใดที่เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง

ผู้บาดเจ็บอาการคงที่ กระดูกใบหน้าหัก แต่พ้นภาวะวิกฤต

สำหรับนักศึกษาอีก 1 รายที่ยังเข้ารับการรักษา แพทย์ผู้ดูแลเปิดเผยว่า ผู้ป่วยมีบาดแผลเล็กน้อยบริเวณแขนและขา แต่มีอาการกระดูกใบหน้าหัก ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งอย่างใกล้ชิด

เบื้องต้นการรักษาเป็นไปด้วยดี สัญญาณชีพอยู่ในระดับคงที่ ไม่มีความผิดปกติทางสมอง และประเมินว่าอาการพ้นจากภาวะอันตรายมาแล้วมากกว่าครึ่ง โดยศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีความพร้อมในการดูแลรักษาอย่างครบถ้วน และขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลอื่น

ทั้งนี้ คดีอยู่ในกระบวนการสอบสวนตามกฎหมาย หลังผู้ขับขี่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน โดยรายละเอียดความรับผิดทางคดีจะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานและขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไป

#เชียงราย #แยกนางแล #อุบัติเหตุเชียงราย #มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง #มฟล #นักศึกษาแม่ฟ้าหลวง #สภบ้านดู่ 

แชร์บทความนี้

ความคิดเห็น