เมื่อเวลา 16.53 น. วันที่ 2 ตุลาคม 2569 “นางอ้อย” (นามสมมุติ) ผู้ปกครองของ “น้องโอม” (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี เข้าพบ ว่าที่ พ.ต.ต.เดชา อินคำปา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย เพื่อร้องทุกข์และขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีลูกชายถูกบลูลี่กลั่นแกล้ง โดยผู้ปกครองให้ข้อมูลว่าปัญหาเริ่มตั้งแต่ลูกเรียน ป.2 ถูกเพื่อนบางคนกลั่นแกล้ง เมื่อเด็กไม่ตอบโต้ก็มีเพื่อนคนอื่นเข้ามาร่วม ก่อนเหตุการณ์ดำเนินต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นในช่วง ป.3
โรงเรียนเดิมเคยรับทราบและดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอนของสถานศึกษา แต่ผู้ปกครองระบุว่า ปัญหายังไม่ยุติ และภายหลังยังพบพฤติกรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แม้เด็กจะเรียนจบ ป.6 และแยกย้ายจากกลุ่มเพื่อนเดิมแล้วก็ตาม
นางอ้อยเล่าว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบสภาพจิตใจของลูกอย่างมาก ครอบครัวจึงพาเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยแพทย์ระบุว่าลูกชายเกิดภาวะวิตกกังวล อาการแพนิก และสมาธิสั้น และยังต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
ผู้ปกครองยังกล่าวต่อว่า แม้ลูกจะบล็อกช่องทางติดต่อของผู้เกี่ยวข้องแล้ว แต่ยังมีการติดต่อผ่านเพื่อนหรือชักชวนบุคคลอื่นเข้ามาต่อว่า โดยครอบครัวมีทั้งข้อความและคลิปเสียงที่เตรียมนำมอบให้ตำรวจ พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลและเยียวยาสภาพจิตใจของลูก และเคยพยายามให้ครอบครัวของผู้เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยและขอโทษเพื่อยุติปัญหา แต่เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์ยังดำเนินต่อจึงตัดสินใจใช้กระบวนการกฎหมาย
ด้าน ว่าที่ พ.ต.ต.เดชา อินคำปา ได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว โดยผู้ปกครองจะรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งข้อความและภาพหน้าจอจากสื่อสังคมออนไลน์ ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน เอกสารจากสถานศึกษา เอกสารการรักษาพยาบาล และพยานบุคคล ส่งให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

#หยุดบูลลี่ #บูลลี่เด็ก #เด็กและเยาวชน #สุขภาพจิตเด็ก #สภเมืองเชียงราย #เชียงราย #ข่าวเชียงราย #เป็นข่าว

ความคิดเห็น