วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่จัน จังหวัดเชียงราย สามารถจับกุมชายต้องสงสัยทำหน้าที่รับเงินให้เครือข่ายหลอกลวงทางโทรศัพท์ หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี และติดตามพฤติกรรมหญิงสาวรายหนึ่งที่ถูกมิจฉาชีพหลอกให้ถอนเงินสดไปวางไว้ตามจุดนัดหมาย
แอบอ้างเป็นตำรวจ ขู่เหยื่อเกี่ยวข้องยาเสพติด–ฟอกเงิน
จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เคยมีหญิงสาวรายหนึ่งถูกกลุ่มมิจฉาชีพใช้วิธีโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและการฟอกเงิน ก่อนสั่งให้นำเงินสดจำนวน 200,000 บาท ไปวางไว้ที่กระท่อมริมถนนสาธารณะสายดอยตุงสายใหม่ หมู่ 7 ตำบลแม่ไร่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
ต่อมาวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่จัน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบหญิงสาวอายุ 19 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ เข้าพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในตำบลแม่ไร่ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม โดยส่วนใหญ่อยู่ภายในห้องพักและสั่งอาหารผ่านบริการจัดส่ง
กระทั่งหญิงสาวขอให้พลเมืองดีพาไปธนาคารกสิกรไทย สาขาห้วยไคร้ ผู้แจ้งจึงประสานตำรวจ เนื่องจากเกรงว่าหญิงสาวอาจกำลังตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวง
ตำรวจเฝ้าดูจนพบถอนเงิน 2 แสน วางทิ้งไว้ในกระท่อม
หลังรับแจ้ง พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่จัน จ.เชียงราย, พ.ต.ท.ศุภกรณ์ชัย เดชายิ้มสวัสดิ์ รอง ผกก.สส.,พ.ต.ท.ผดุง ท้ายเรือคำ สว.สส.สภ.แม่จัน สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณธนาคารทั้งด้านในและด้านนอก ก่อนพบหญิงสาวถอนเงินสดจำนวน 200,000 บาท แล้วโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้างไปยังกระท่อมริมถนนสายดอยตุง ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่เคยเกิดเหตุหลอกให้วางเงินก่อนหน้านี้
หญิงสาวนำเงินสดไปวางไว้ในกระท่อม ใช้หมวกปิดทับและวางขวดน้ำไว้ด้านบนอีกชั้นหนึ่ง ระหว่างนั้นมีการพูดคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา ก่อนเดินทางกลับที่พัก
เมื่อตรวจสอบพบเงินสดจำนวนดังกล่าวจริง ตำรวจจึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณจุดนัดหมาย เพื่อรอผู้ที่เดินทางมารับเงิน

ชายวัย 29 ปีขี่รถมารับเงิน พยายามวิ่งหนีแต่ถูกจับ
ต่อมาพบชายอายุ 29 ปี ทราบชื่อภายหลังว่า นายทวีศักดิ์ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ เข้ามาจอดบริเวณใกล้กระท่อม ก่อนเดินเข้าไปหยิบเงินสดที่หญิงสาวนำมาวางไว้
เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม โดยชายคนดังกล่าวพยายามวิ่งหลบหนี แต่ถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมเงินสดของกลางจำนวน 200,000 บาท
จากการสอบสวนเบื้องต้น ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างผ่านแอปพลิเคชัน Telegram จากบุคคลที่เรียกว่า “นายหัว” ซึ่งไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง โดยอ้างว่าผู้ว่าจ้างอยู่ใน สปป.ลาว
การติดต่อเกิดขึ้นผ่านกลุ่มชื่อ “กลุ่มหางานปอยเปรต สำหรับ HR เช็คประวัติ” โดยผู้ต้องหามีหน้าที่เดินทางไปเก็บเงินสดตามจุดที่ได้รับแจ้ง และได้รับค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท
ขยายผลพบเคยรับเงินจากหญิงสาวอีก 190,000 บาท
ตำรวจระบุว่า จากการสอบสวนเพิ่มเติม ผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ได้ไปรับเงินจากหญิงสาววัย 19 ปีรายเดียวกันมาแล้วจำนวน 190,000 บาท
โดยอ้างว่าเงินส่วนหนึ่งเหลือติดตัวอยู่ 8,400 บาท และนำเงินอีก 170,000 บาท ไปเก็บซ่อนไว้ภายในห้องนอนที่บ้านพักในตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นบ้านพัก โดยมีบิดาของผู้ต้องหาเป็นผู้นำตรวจค้น ก่อนพบเงินสดซุกซ่อนอยู่ภายในกล่องไปรษณีย์ พร้อมตรวจยึดสิ่งของอื่นที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐาน

จากข้อมูลเบื้องต้น ตำรวจตรวจพบเงินสด 200,000 บาท ณ จุดจับกุม และเงินสดที่ผู้ต้องหาระบุว่าซุกซ่อนไว้ที่บ้านอีก 170,000 บาท รวม 370,000 บาท นอกจากนี้ยังมีเงินสด 8,400 บาทที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเหลือติดตัว ซึ่งต้องตรวจสอบรายละเอียดบัญชีของกลางอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่จัน เพื่อสอบสวนขยายผลถึงผู้ว่าจ้างและบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงต่อไป
ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ว่าจ้างในประเทศเพื่อนบ้านเป็นคำให้การของผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนเบื้องต้น ยังไม่ใช่ข้อยืนยันว่าเครือข่ายดังกล่าวมีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศใด และผู้ต้องหายังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด




#เชียงราย #แม่จัน #ตำรวจแม่จัน #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #สแกมเมอร์ #หลอกโอนเงิน #หลอกวางเงินสด #แอบอ้างตำรวจ #คดีฟอกเงิน #ดอยตุง #ห้วยไคร้ #เตือนภัยออนไลน์ #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวเชียงราย #เป็นข่าว #คุณก็เป็นข่าวได้
ความคิดเห็น