31 ส.ค.69 ความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋ง MG5 สีแดง พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาหญิง 3 คน บริเวณสี่แยกบายพาสนางแล จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 20.18 น. ส่งผลให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ท่ามกลางกระแสเรียกร้องความเป็นธรรมจากครอบครัวและเพื่อนผู้เสียชีวิต
ผู้เสียชีวิตรายแรกคือ น.ส.นิชาภา พรมตอง อายุ 19 ปี ชาว จ.น่าน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วน น.ส.อัลฟาริน ชาว จ.ปัตตานี เสียชีวิตภายหลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ขณะที่นักศึกษาอีก 1 ราย ซึ่งเป็นชาว จ.ชลบุรี ได้รับบาดเจ็บสาหัสและยังอยู่ระหว่างการรักษาที่โรงพยาบาล

ตำรวจเผยผลตรวจเบื้องต้น คดีอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน
พ.ต.อ.อนุสรณ์ หน่อคำบุตร ผกก.สภ.บ้านดู่ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบผู้ประสบเหตุทั้ง 3 ราย ไม่ใช่คนในพื้นที่ จ.เชียงราย โดยมาจากจังหวัดน่าน ปัตตานี และชลบุรี ขณะที่การตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ขับรถยนต์ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ และรถมี พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถถูกต้องตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่าขณะเกิดเหตุมีแสงไฟค่อนข้างสลัวออกโทนสีส้ม และภาพเบื้องต้นไม่พบลักษณะการชะลอความเร็วของรถยนต์ก่อนเกิดเหตุ ซึ่งตำรวจระบุว่าเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า ผู้ขับขี่อาจมองไม่เห็นรถจักรยานยนต์ที่อยู่ด้านหน้า
ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ขับรถยนต์ รวมถึงญาติของผู้เสียชีวิตในฐานะพยานแล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปสำนวนได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรอหลักฐานสำคัญ ได้แก่ รายงานการตรวจพิสูจน์ร่องรอยการชนจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ซึ่งมีกำหนดเข้าตรวจในวันที่ 1 กันยายน และคาดว่าจะทราบผลภายใน 4-5 วัน รวมถึงรายงานผลการชันสูตรจากแพทย์อีก 2 ราย เพื่อนำมาประกอบสำนวนตามขั้นตอน

ฝ่ายผู้ขับรถชี้แจงผ่านแหล่งข่าว ยืนยันไม่ได้ทอดทิ้งผู้ประสบเหตุ
สำหรับผู้ขับรถยนต์เก๋งคันเกิดเหตุ ทราบชื่อคือ นพ.กมล อายุ 32 ปี อาจารย์หัวหน้าสาขาวิชาฯ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงโดยตรง แต่ได้รับการประสานข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงว่า นพ.กมลอยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานต้นสังกัด และภายหลังเกิดเหตุไม่ได้เพิกเฉยต่อผู้ประสบเหตุ โดยขณะเกิดเหตุได้พยายามเข้าไปช่วยเหลือผู้เสียชีวิต ก่อนติดตามไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล
นอกจากนี้ ยังได้เดินทางไปร่วมพิธีศพและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ จ.น่าน เพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยแหล่งข่าวยืนยันว่า นพ.กมลไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ และไม่ได้ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมตามที่มีการกล่าวอ้างและเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์


ครอบครัวร้องขอความเป็นธรรม–มหาวิทยาลัยเตรียมช่วยเหลือด้านกฎหมาย
ขณะที่ครอบครัวและเพื่อนของผู้เสียชีวิตยังคงเรียกร้องให้ดำเนินคดีอย่างโปร่งใสและรวดเร็ว โดย น.ส.ศิริวรรณ น้าสาวของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้ดูแลน้องมาตั้งแต่เด็ก ได้ร้องขอให้ตำรวจเร่งดำเนินการและสรุปคดี เพื่อให้ครอบครัวได้รับความเป็นธรรม
ด้านสำนักสาขาวิชาฯ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย พร้อมประสานการช่วยเหลือครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงเตรียมจัดหาทนายความเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านคดี
สำหรับคดีอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน โดยยังต้องรอผลตรวจจาก พฐ. และรายงานการชันสูตร ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ประเด็นข้อกล่าวอ้างต่าง ๆ ที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ยังต้องรอการตรวจสอบจากพยานหลักฐานและกระบวนการสอบสวนอย่างเป็นทางการ



ความคิดเห็น