เชียงราย - เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) อ.เชียงของ จ.เชียงราย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.), พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 (ผบก.ตม.5) และ พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน สั่งการให้ พ.ต.ท.กฤตวัฒน์ อำนาจ รองผู้กำกับการ ด่าน ตม.เชียงแสน บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) สถานีเรือเชียงของ, ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.32), ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับตัวคนไทยจำนวน 92 ราย จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว
การส่งมอบตัวครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สปป.ลาว ได้เข้าจับกุมกลุ่มคนไทยดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว บริเวณภายนอกเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ (คิงส์โรมันส์) โดยดำเนินคดีตามกฎหมายลาวในข้อหาฉ้อโกงทางโทรศัพท์ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์), ลักลอบประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต และลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วย ชุดเครื่องแบบตำรวจไทย, ป้ายแสดงสัญลักษณ์ตำรวจ, ธงชาติไทย, เครื่องคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือจำนวนมากที่ใช้ในการสร้างโพรไฟล์ปลอมเพื่อหลอกลวงคนไทย

เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) ในเบื้องต้นยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ โดยกลุ่มผู้ต้องหาส่วนใหญ่ให้การว่า เดินทางไปทำงานหลังพบประกาศรับสมัครงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อ้างค่าตอบแทนเดือนละ 18,000–25,000 บาท พร้อมที่พักและอาหารฟรี แต่เกือบทั้งหมดลักลอบเดินทางออกนอกประเทศตามช่องทางธรรมชาติบริเวณ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และด่านบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว โดยไม่มีการบันทึกประวัติในระบบตรวจคนเข้าเมืองกว่าร้อยละ 60 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับในข้อหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางอนุญาต คนละ 2,000 บาท
จากการตรวจสอบข้อมูลประวัติเชิงลึก พบว่ากลุ่มคนไทยดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนหนุ่มสาว อายุน้อยที่สุด 16 ปี และอายุมากที่สุด 44 ปี โดยมีหลายรายที่มีพฤติการณ์เดินทางข้ามแดนเข้า-ออกบ่อยครั้งสูงถึง 40–60 ครั้ง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ตม. และชุดสืบสวนได้ตรวจสอบหมายจับค้างเก่า พบว่ามีบุคคลที่มีหมายจับของศาลไทยติดตัวจำนวน 15 ราย (ชาย 11 ราย, หญิง 4 ราย) ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จาก กก.สส.ภ.จว.เชียงราย, ภ.จว.เชียงใหม่, ภ.จว.ตาก, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (บก.สอท.4) มารอรับตัวและอายัดตัวตามกฎหมาย ในข้อหาสำคัญ อาทิ ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, อั้งยี่-ซ่องโจร, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, เปิดและยินยอมให้ใช้บัญชีม้า-ซิมม้า, ยักยอกทรัพย์, ลักทรัพย์ และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.4 จะดำเนินการสอบสวนขยายผลเส้นทางอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อไป
ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน ขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อคำชักชวนไปทำงานต่างประเทศที่มีการเสนอรายได้สูงเกินจริง ทำงานง่าย หรือไม่ต้องมีทักษะความรู้ เพราะเสี่ยงที่จะตกเป็นเครื่องมือของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ หรือถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเปิดบัญชีม้าและเบอร์ม้า ซึ่งมีโทษทางอาญาร้ายแรงตามกฎหมาย โดยขอให้ตรวจสอบความถูกต้องของนายจ้างและสัญญาจ้างงานผ่านกระทรวงแรงงานอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเดินทาง



ความคิดเห็น